กนง.สั่งจับตาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน

กนง.สั่งจับตาสงครามการค้าสหรัฐ-จีน เป็นความเสี่ยงสูงสุด เผยหนี้ครัวเรือนไตรมาส 4/60 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 77.5 เหตุเป็นฤดูกาลจับจ่าย

นายจาตุรงค์ จันทรังษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ให้น้ำหนักกับความเสี่ยงจากความตึงเครียดข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนมากที่สุด เพราะหากมีการตอบโต้รุนแรงมากขึ้นจนกลายเป็นสงครามการค้าจะกระทบต่อบรรยากาศการค้าโลก ดังนั้น กนง.ขอให้มีการติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังจากสหรัฐและจีนประกาศจะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันเพิ่มขึ้น เพราะถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อประมาณการเศรษฐกิจที่จะโน้มไปด้านต่ำและกระทบต่อการส่งออกไทย

สำหรับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าด้านภาษีของสหรัฐ สำหรับสินค้าบางประเภทที่ประกาศแล้ว เช่น เหล็ก อลูมิเนียม เครื่องซักผ้าขนาดใหญ่ ค่อนข้างจำกัด สินค้าส่งออกของไทยที่เข้าข่ายโดนเก็บภาษีดังกล่าวมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับการส่งออกโดยรวม

ส่วนสถานการณ์หนี้ครัวเรือนยังอยู่ระดับสูง โดยหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีไตรมาส 4 /2560 อยู่ที่ร้อยละ 77.5 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 77.3 ในไตรมาส 3/2560 ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล เนื่องจากช่วงไตรมาส 4 มีการใช้จ่ายกันมากในช่วงปีใหม่ และเป็นการเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัว โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตและรถยนต์ อย่างไรก็ตาม พบว่าครัวเรือนที่มีรายได้น้อยมีความสามารถก่อหนี้จำกัด เช่นเดียวกับความสามารถในการชำระหนี้ก็น้อยเช่นกัน ซึ่งหนี้ครัวเรือนยังเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อในประเทศ ทำให้ยังไม่กระจายตัวเท่าที่ควร ขณะเดียวกันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีวงเงินน้อยกว่า 500 ล้านบาท ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในภาคพาณิชย์และค้าปลีก

นายจาตุรงค์ คาดว่าการใช้จ่ายของภาครัฐปีนี้ยังต่ำกว่าที่ประเมินไว้ จากผลกระทบของพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้าง พ.ศ.2560 ที่มากและยาวนานกว่าโดยเฉพาะผลกระทบต่อการเบิกจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เนื่องจากไม่เคยดำเนินการตามระบบนี้มาก่อน ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวอีกประมาณ 2 ไตรมาส .- สำนักข่าวไทย